Siamadoxy.com

Home

About

Contact

 

 

 

อนันท์ อัคราช

Tel. 0847608857

รภัสสรณ์ หนูฤทธิ์

 Tel. 0852251592


       

หัวใจของการปลูกอ้อย 100 ตันต่อไร่ ลงทุนต่ำ

หัวใจของการปลูกอ้อยสูตร 100 ตันต่อไร่ ประกอบด้วย 4 กระบวนการ ที่ทำหน้าที่สัมพันธ์กันเป็นวงจร เพื่อดูแลหล่อเลี้ยงต้นอ้อยให้เติบโตสมบูรณ์ คือ 1. ดิน 2. พันธุ์อ้อย 3. น้ำ 4. ปุ๋ยคุณภาพสูง

โดยมีวิธีการดังนี้ - การเตรียมดิน เนื่องจากดินเป็นตัวกำหนดการเจริญเติบโตของอ้อย การศึกษาเรื่องของดินอย่างลึกซึ้งถึงแก่น ทำให้ทราบว่า ดินที่อ้อยต้องการ จะต้องมีคุณสมบัติครบ 4 ประการ

คือ น้ำ อากาศ อินทรียวัตถุ และแร่ธาตุ ดังนั้น การเตรียมดินจะต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพบำรุงดิน,ซิลิคอน ผสมกันในอัตราที่เหมาะสม เพื่อทำให้ดินมีอินทรียวัตถุมากขึ้น สภาพพื้นที่ที่ใช้ปลูกอ้อยสามารถระบายน้ำได้ดี มีแหล่งน้ำที่สะอาด อยู่ในมาตรฐาน หรือเป็นแหล่งน้ำชลประทาน(ในกรณีใช้น้ำหยด)

การเตรียมดิน เนื่องจากอ้อยเป็นพืชอายุยืนและมีรากหยั่งลึกมาก และเมื่อปลูกครั้งหนึ่งแล้วสามารถไว้ตอหรือเก็บเกี่ยวได้หลายครั้ง ปริมาณผลผลิตที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแต่ละครั้ง ตลอดจนความยาวนานของการไว้ตอ

นอกจากจะขึ้นอยู่กับพันธุ์และสภาพลมฟ้าอากาศแล้ว การเตรียมดินนับว่ามีบทบาทสำคัญมาก ชาวไร่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ การไถ สำหรับการเตรียมพื้นที่ ซึ่งปลูกอ้อยอยู่แล้ว และต้องการรื้อตอเก่าเพื่อปลูกใหม่ก็เริ่มต้นด้วยการเผาเศษที่เหลืออยู่บนดินโดยเร็วภายหลังการเก็บเกี่ยว

เพราะขณะนั้นดินยังมีความชื้นพอที่จะปฏิบัติไถพรวนได้สะดวก ก่อนใช้ไถบุกเบิกรื้อตอเก่า ควรใช้เครื่องไถระเบิดดินดาน (subsoiler) หรือไถสิ่ว (ripper) ไถแบบตาหมากรุกเพื่อให้ดินนั้นเก็บน้ำไว้มากขึ้นภายหลังฝนตกและดินระบายน้ำได้ดีแล้ว ยังทำให้รากสามารถหยั่งลึกได้มากขึ้นอีกขณะเดียวกัน

ถ้าพื้นดินอยู่ในสภาพที่ขาดน้ำก็จะเป็นทางให้อ้อยใช้น้ำใต้ดินได้อีกด้วย เมื่อไถระเบิดดินชั้นล่างแล้วก็ตามด้วยไถจาน ๓ อีก ๓-๔ ครั้ง คือ ไถดะ ๑ ครั้ง แล้ว ไถแปรอีก ๑-๒ ครั้ง

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของดินและฤดูกาลที่ปลูก สำหรับการปลูกต้นฝน อาจไม่จำเป็นต้องเตรียมดินให้ละเอียดมากนัก

แต่ถ้าเป็นการปลูกปลายฝนการเตรียมดินให้ละเอียดเป็นสิ่งจำเป็นการไถควรไถให้ลึกมาก ๆ เพื่อให้สามารถเปิดร่องได้ลึกและปลูกได้ลึกด้วย

ข้อที่ต้องระวังในการเตรียมดินก็คือ ไถในขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะวิธีง่ายที่สุดที่จะทราบว่าดินนั้นมีความชื้นพอเหมาะหรือไม่ก็คือเอาดินในชั้นที่จะมีการไถใส่ฝ่ามือ แล้วกำพอแน่นแบมือออก ถ้าดินมีความชื้นพอเหมาะ จะจับกันเป็นก้อนในลักษณะพร้อมที่จะแตกออกเมื่อมีอะไรมากระทบ ดินที่มีความชื้นน้อยเกินไปก็จะแข็งมากไถลำบาก ถ้าดินมีความชื้นมากเกินไปก็จะจับกันเป็นก้อน

นอกจากนี้ถ้าเป็นพื้นที่ลาดเอียง การปฏิบัติต่าง ๆ ในการเตรียมดินต้องกระทำในทิศทางตั้งฉากกับความลาดเอียงเสมอ ทั้งนี้เพื่อช่วยลดการกร่อนของดินเนื่องจากน้ำ

การปรับระดับ เมื่อไถเสร็จแล้วควรปรับระดับพื้นที่ให้ราบเรียบพอสมควร และให้มีความลาดเอียงเล็กน้อยทางใดทางหนึ่งที่จะสะดวกต่อการให้น้ำและระบายน้ำ

ในกรณีที่ปลูกโดยอาศัยน้ำฝนการปรับระดับจะทำให้น้ำไหลช้าลงช่วยลดการชะกร่อนได้อีกทางหนึ่งด้วย ในที่บางแห่งซึ่งมีความลาดเอียงค่อนข้างมากอาจต้องทำคันดินกั้นน้ำเป็นตอน ๆ ตัดขวางทางลาดเอียง พร้อมทั้งมีร่องระบายน้ำด้วย ทั้งคันดินและร่องน้ำควรให้มีความลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อให้น้ำไหลช้าลง

บริเวณที่ลาดเอียงมากไม่ควรใช้ปลูกอ้อย การยกร่อง การยกร่องหรือการเปิดร่องสำหรับปลูกอ้อยเป็นสิ่งจำเป็น เพราะนอกจากจะสะดวกแก่การปฏิบัติต่าง ๆ

เช่น การปลูก การให้น้ำและการระบายน้ำแล้ว ยังทำให้ปลูกได้ลึกอีกด้วย การปลูกลึกช่วยให้อ้อยไม่ล้มง่าย ทนแล้งได้ดี และสามารถไว้ตอได้นานกว่าการปลูกตื้น เครื่องยกร่องอาจเป็นผานหัวหมู หรือหางยกร่องซึ่งใช้สำหรับยกร่องโดยเฉพาะแนวร่องที่ยกควรให้ตัดกับความลาดเอียงของพื้นที่ ระยะระหว่างร่องประมาณ ๙๐-๑๔๐ เซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ใช้และวัตถุในการปลูก 

 วิธีการปลูก แบบที่1 แบบเพาะชำก่อนอื่นจะต้องมีการคัดเลือกพันธุ์อ้อย พันธุ์ที่ควรเลือกต้องมีคุณสมบัติแตกกอดี มีความต้านทานต่อโรคสูง ให้ความหวานสูงและให้ผลผลิตต่อไร่สูงอีกด้วย เมื่อคัดพันธุ์อ้อยได้แล้ว เราจะตัดส่วนที่เป็นข้อตาออกมาเพาะไว้ในถุงเพาะชำทีละถุง จนข้อตาเริ่มงอกเป็นหน่อและโตขึ้น เราก็จะคัดเลือกหน่ออีกครั้ง

ใช้วิธีการปลูกด้วยข้อตาโดยตัดห่างจากข้อตาด้านละ 2 นิ้ว 1 ถุงเพาะกล้า ใช้ 1 ข้อตา เมื่อกล้ามีความสูงประมาณ 15 เซนติเมตร หรืออายุประมาณ 30 - 45 วัน ก็นำลงปลูก ซึ่งก่อนปลูกให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์รองพื้น 2.5 กิโลกรัม/แถว(ต้องเป็นอินทรีย์คุณภาพสูงที่มีส่วนผสมสารเพิ่มผลผลิต Active ซิลิคอน)

แล้วนำต้นกล้าออกจากถุง นำมาลงดินให้พอดีกับร่องอ้อย โดย 1 ร่อง สามารถลงอ้อยได้ 2ต้น วางเป็นบล็อกๆ เรียงคู่ขนานกันยาวตลอดร่องอ้อย แล้วจึงกลบดินให้แน่น แปลงปลูกจะมีขนาด 40 เมตร x 40 เมตร(1ไร่) จำนวน 40 แถว โดย 1 แถวจะใช้กล้าจำนวน 1,600 ต้น หรือใช้ทั้งหมดจำนวน 64,000 ต้นต่อไร่

หลังปลูก 2-3 วันใช้ปุ๋ยน้ำฉีดพ้นปุ๋ยน้ำต้องมีคุณภาพสูงที่มีส่วนผสม สารโคเอนไซม์ฉีดครั้งที่ 2 อ้อย 3 เดือน ฉีดครั้งที่ 3 อ้อย 6 เดือน 1ไร่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง 100 กิโลกรัม ปุ๋ยน้ำคุณภาพสูง 500-1000 ซีซี ผลผลิตที่ได้ ถ้าอ้อย 1 ต้นหนัก 1กิโลกรัม 64,000 ต้นจะได้น้ำหนัก 64 ตัน/ไร่ ถ้าอ้อย 1 ต้นหนัก 1.5 กิโลกรัม 64,000 ต้น จะได้น้ำหนัก 96 ตัน/ไร่ ถ้าอ้อย 1ต้นหนัก 2 กิโลกรัม 64,000 ต้นจะได้น้ำหนัก 128 ตัน/ไร่ จะขายอ้อยได้เงินถ้าความหวานอยู่ที่ 10 ccs 64 ตันเป็นเงินประมาณ 60,000 บาท/ไร่ ถ้า 96 ตันเป็นเงินประมาณ 93,000บาท/ไร่ ถ้า 128 ตันเป็นเงินประมาณ 125,000บาท/ไร่

วิธีการปลูกแบบที่2เท่าที่ปฏิบัติในบ้านเรามี ๒ วิธี คือ ปลูกด้วยเครื่องปลูก และปลูกด้วยแรงคน

๑. ปลูกด้วยเครื่องปลูก เป็นเครื่องมือที่ติดกับรถแทรกเตอร์ ซึ่งทำหน้าที่หลายอย่างไปพร้อม ๆ กัน นับตั้งแต่การเปิดร่อง ตัดลำต้นอ้อยออกเป็นท่อน ๆ ยาวประมาณ ๓๐ เซนติเมตร วางท่อนพันธุ์ในร่อง

ใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงที่มีส่วนผสมสารเพิ่มผลผลิต Active ซิลิคอนรองพื้นและกลบท่อนพันธุ์ การปลูกด้วยเครื่องต้องใช้แรงงาน ๓ คน คนหนึ่งทำหน้าที่ขับ และควบคุมการทำงานของส่วนต่างๆ ส่วนอีกสองคนทำหน้าที่ป้องอ้อยทั้งลำ การปลูกด้วยเครื่องไม่ต้องมีการเปิดร่องหรือยกร่องไว้ก่อนเพียงแต่ไถให้ดินร่วนซุยดีเท่านั้น

ชาวไร่รายใหญ่นิยมใช้เครื่องปลูกเพราะทุ่นค่าใช้จ่าย และมีความงอกสม่ำเสมอดี เพราะความชื้นในดินสูญเสียไปน้อยกว่าการปลูกด้วยแรงคนซึ่งต้องยกร่องไว้ล่วงหน้า วันหนึ่งปลูกได้ประมาณ ๑๕-๒๐ ไร่

๒. ปลูกด้วยแรงคน ในทางทฤษฎีแนะนำให้เปิดร่องแล้วปลูกทันที แต่ในทางปฏิบัติชาวไร่มักจะเตรียมดินแล้วยกร่องคอยฝน เมื่อฝนตกมากพอก็จะรอจนดินหมาด แล้วจึงลงมือปลูก ก่อนปลูกควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงที่มีส่วนผสมสารเพิ่มผลผลิต Active ซิลิคอนรองพื้นแล้วกลบปุ๋ยก่อนวางท่อนพันธุ์

การปลูกก็ใช้วิธีวางท่อนพันธุ์ให้ราบกับพื้นร่องแล้วกลบดินให้หนาประมาณ ๕-๑๕ เซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูปลูก

ถ้าปลูกหน้าฝนกลบบาง หน้าแล้งกลบหนา ขณะปลูกต้องมีการคัดเลือกท่อนพันธุ์ไปด้วย ควรปลูกเฉพาะท่อนพันธุ์ที่มีตาสมบูรณ์เท่านั้น ระยะปลูกแตกต่างกันไปตามสถานที่ โดยทั่วไปใช้ระยะระหว่างแถวตั้งแต่ ๙๐เซนติเมตร ส่วนระยะระหว่างท่อนห่างกัน 20 เซนติเมตร วัดจากกึ่งกลางท่อนหนึ่งถึงกึ่งกลางของอีกท่อนหนึ่งอย่างไรก็ดีเนื่องจากชาวไร่ขาดความระมัดระวังเกี่ยวกับท่อนพันธุ์ ทำให้ความงอกต่ำจึงต้องใช้ท่อนจึงต้องใช้ท่อนพันธุ์มากขึ้น

เช่น ปลูกโดยวางท่อนพันธุ์เป็นคู่ติดต่อกันไป หากชาวไร่ใช้ท่อนพันธุ์ ๓ ตา และมีการระวังในการเตรียมท่อนพันธุ์แล้วจะใช้ท่อนพันธุ์ประมาณ ๒,๐๐๐-๔,๐๐๐ ท่อนต่อไร่เท่านั้น แทนที่จะใช้ ๖,๐๐๐-๘,๐๐๐ ท่อนต่อไร่อย่างเช่นที่ปฏิบัติกันอยู่ นอกจากนี้ก็มีชาวไร่บางรายที่นิยมปลูกโดยวางอ้อยทั้งลำลงในร่อง โดยมิได้สับให้ขาดจากกันเป็นท่อน ๆ

วิธีนี้ไม่ถูกต้องเพราะอ้อยจะงอกเฉพาะปลายกับโคนเท่านั้น วิธีที่ถูกคือ เมื่อวางอ้อยทั้งลำแล้วใช้มีดสับให้ขาดเป็นท่อน ๆ ละ ๒-๓ ตา วิธีนี้จะช่วยประหยัดแรงงานได้มาก แต่อ้อยที่ใช้ทำพันธุ์ต้องมีอายุระหว่าง ๕-๘ เดือนจึงจะได้ผลดี ในกรณีที่ดินแฉะหรือมีน้ำขังเล็กน้อย ควรปลูกโดยวิธีปักท่อนพันธุ์ให้เอียงประมาณ ๔๕ องศากับแนวดิ่ง และควรฝังให้ลึกประมาณสองในสามของความยาวท่อนพันธุ์

วิธีใส่ปุ๋ย ให้ใส่แบบวิธีที่1 คือปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง 100 กิโลกรัม/ไร่ ปุ๋ยน้ำคุณภาพสูง 500-1000 ซีซี/ไร่

เคล็ดลับการปลูกอ้อย 100 ตัน/ไร่

ขึ้นอยู่กับความพิถีพิถัน หลายๆปัจจัย 1.ดิน 2.พันธ์อ้อย 3.น้ำ 4.ปุ๋ย ปัจจัยแรกก็คือดิน ดินต้องดี 1.ดินเป็นปัจจัยหลักของการเลี้ยงอ้อยไปตลอดทั้งปี 2.ดินเป็นฐานแรกให้รากอ้อยได้ยึดเกาะไม่ให้ลำต้นเอียง 3.ดินเป็นแหล่งเก็บน้ำเพื่อการเจริญเติบโตของอ้อย 4.ดินเป็นแหล่งอากาศให้รากอ้อยได้หายใจ 5.ดินเป็นแหล่งธาตุอาหารให้อ้อยเจริญเติบโต

จากการศึกษาพบว่า ดินที่อ้อยต้องการต้องมีคุณสมบัติ 4ประการ คือ น้ำ อากาศ อินทรีย์วัตถุ และแร่ธาตุ (ดินต้องมีไส้เดือน) เพราะฉะนันการเตรียมดินจึงเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญ วิธีเตรียมดิน ไถระเบิดดินชั้นล่างตามด้วยไถจาน3อีก3ครั้ง (ต้องทำให้ดินล้วนซุยไม่จับกันเป็นก้อน)ไถดะ1ครั้งพร้อมหว่าน แอกทีฟซิลิคอน (Active Silicon) 20 ก.ก/ไร่และปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง100 ก.ก./ไร่ แล้วไถแปรอีก1-2ครั้ง พร้อมปลูกได้เลย การเตรียมดินด้วยวิธีนี้ก็จะได้ดินที่มีคุณสมบัติครบ 4ประการคือ ความชื่น อากาศ อินทรีย์วัตถุ และแร่ธาตุ

 พันธ์อ้อย 1.ต้องมาจากการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์มีความหวานมากกว่11ccs 2.ต้องมีความเหมาะสมกับสภาพดินและอากาศ ส่วนการคัดเลือกท่อนพันธ์ลงปลูกต้องมีการคัดเลือก โดยการตัดข้อตามาเพราะไว้ในถุงเพราะซำจนตางอกเริ่มเป็นหน่อ

แล้วจึงคัดเลือกหน่อที่สมบรูณ์ที่ความสูงเท่าๆกัน โดยการนำหน่อลงปลูกในร่องและจะต้องนำเรียงเป็นคู่ๆขนานยาวตลอดร่องให้ได้สัดส่วนเพราะว่าเมื่ออ้อยเจริญเติบโตแล้วจะเรียงเป็นระเบียบไม่โอนเอียง

ส่วนปัจจัยสุดท้ายก็คือ น้ำและปุ๋ย จะต้องมีแหล่งน้ำธรรมชาติและสอาด ปลอดสารพิษ และปล่อยปลาให้อาศัยอยู่ตามธรรมชาติเพื่อรักษาความสมดุลของธรรมชาติของแหล่งน้ำ จากนั้นวางระบบการส่งน้ำด้วยท่อในพื้นที่ของแปลงเพราะปลูก เพื่อจะสามารถคำนวลหรือควบคุมปริมาณน้ำให้ได้น้ำ ให้ได้กับการเพาะปลูก ส่วนหัวฉีดจะเป็นเหมือนน้ำพุเตี้ยๆเรียนแบบธรรมชาติของฝน โดยลดตั้งแต่ยอด ใบ ลำต้น ซึ่งข้อดีทั้งหมดนี้ต้องมีการวางแผน และลงทุนสร้างระบบ ซึ่งถือได้ว่าผลของการทำเช่นนี้จะสามารถได้ผลผลิต 100ตัน/ไร่อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมโทร 082-4590346, 0847608857อ.อนันต์


ไถพรวนจนดินล้วนซุยให้ใช้รถปลูกทันที


ไถพรวนดินเสร็จให้รีบปลูกทันที ปลูกหน้าแล้งให้ปลูกลึกๆกลบดินหนาๆ

เพื่อรักษาความชื้นของดิน หน้าฝนกลบดินบางๆก็พอ


ทำได้แบบนี้อ้อยจะแทงยอดได้ดีสม่ำเสมอ

 วิธีตัดข้อตาเพาะชำ ให้ตัดห่างจากข้อตาข้างละ2นิ้ว เมื่อต้นกล้าอายุได้30-45วัน

หรือสูง  ประมาณ15ซ.ม ให้นำปลูกในแปลงที่เตรียมไว้

วิธีปลูก นำต้นกล้าออกจากถุงระวังอย่าให้ดินแตกปลูก2ต้นคู่กันเรียงเป็นบ็อกจนสุดแถว

แล้วเขี่ยดินกลบรดน้ำ ควรเลือกหน่อที่มีความสูงเท่าๆกัน

เราจะได้อ้อยที่สวยงาม
เมื่ออ้อยโตให้สางใบอ้อยออกเพื่อให้ลำต้นอ้อยได้รับแสงแดดควรนำไม้ไผ่มากั้นเป็นล็อกกั้นไว้เพื่อความสวยงามและไม่ให้อ้อยล้ม ผลที่ทำเช่นนี้จะสามารถได้ผลผลิต100ตันต่อไร่อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมโทร 082-4590346, 0847608857อ.อนันต์

llเป็นทางเลือกในการเพิ่มผลผลิต อ้อย และลดการสูญเสียของท่อนพันธุ์ลงได้

เป็นแนวทางศึกษาเเบบเปรียบเทียบในการหาวิธีการเพาะปลูกในแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่

การลดต้นทุนการผลิต เป็นมิตรกับสิ่งเเวดล้อม และรูปแบบการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต

เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย เป็นแนวทางปลูกอ้อยเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ส่งเสริมในอินเดีย ลดการใช้ท่อนพันธุ์ลง ใช้เฉพาะตาอ้อย ลำอ้อยที่เหลือ ก็เอาไปขายได้

 /แตกต่างจากวิธีการเพาะปลูกเเบบเดิม ที่ใช้

อ้อยทั้งลำ ใส่ลงในเครื่องปลูก และผ่านชุดตัดท่อน

และวางลงในดิน

 (มีเปอร์เซนต์ในการสูญเสียมากกว่า อาจตาย หรือไม่งอก)

วิธีนี้เอาตาอ้อย มาอนุบาล

ก่อนลงเเปลงปลูก 25-35 วันในกะบะหลุม

แล้วบ่มให้รากงอก ก่อนลงเเปลงเเผ่ ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพการปลูกได้มากขึ้น (จำนวนต้นต่อไร่)

/อ้อย มีพื้นที่ว่าง รับแสง

ระยะห่างระหว่างแถว 1.5 เมตร (5 ฟุต)

และปลูกเเบบสลับฟันปลา เพื่อไม่ให้อ้อยเบียดเเย่งเเสงกัน

อ้อยมีการแตกลำ ได้มากขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มผลผลิต

ต่อไร่

 

///พัฒนาการคล้าย การทำนาดำ ด้วยรถ

คือมีการอนุบาลกล้า ก่อนลงเเปลงปลูก

ก่อนการใช้รถปักดำ ครับ ข้อจำกัดด้วยวิธีนี้

ยังไม่สามารถพัฒนาในเชิงพาณิชย์ได้ (ปลูกในเเปลงใหญ่)

ต้องใช้เครื่องปลูกต้นอ้อย อนุบาลมาต่อยอด สามารถทดลองปลูกในพื้น ก่อนได้ครับ สำหรับชาวไร่อ้อย ที่มีพื้นที่น้อย ครับ


        ลงโฆษณาฟรี

Side Menu

Side Page

 สถิติวันนี้ 138 คน
 สถิติเมื่อวาน 257 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
5826 คน
56481 คน
111109 คน
เริ่มเมื่อ 2010-06-09

Side Page

Copyright (c) 2006 by Your Name